ReadyPlanet.com
dot


  [Help]
dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
dot
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
dot
dot




โรคดักแด้

โรคดักแด้

 

 โรคดักแด้ หรือ Epidermolysis Bullosa [EB]

     โรคดักแด้ หรือ Epidermolysis Bullosa [EB] อยู่ในกลุ่มโรคประเภทโรคผิวหนัง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติที่ไม่ค่อยพบนัก มีสาเหตุจากการกลายพันธุ์จากยืนเคราติน มีอาการผิวแห้ง บอบบาง อย่างรุนแรงและมีแผลพุพอง
     ลองจินตนาการถึงผู้ที่ เจ็บปวดจากบาดแผลคล้าย แผลไฟไหม้ไปทั่วร่าง โดยที่บาดแผลเหล่านี้จะไม่หาย สำหรับเด็ก การขี่จักรยาน หรือเล่นกีฬาอื่นๆ เป็นสิ่งยากลำบกเพราะกิจกรรมปกติ จะทำให้เกิดความเจ็บปวด เรื้อรัง แผลอาจปกคลุมถึง 75% ของร่างกาย แผลในปากและหลอดอาหารทำให้ผู้ป่วยกินได้เพียงน้ำ และอาหารอ่อนๆ เด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ถูกเรียกว่า เด็กผีเสื้อ เพราะผิวของพวกเขาเปราะบางเหมือนปีกผีเสื้อนั่นเอง
     เด็กดักแด้ หรือ โรคเกล็ดปลา เป็นอาการของโรคผิวหนังแห้งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมพบได้ไม่บ่อยนัก ลักษณะของเด็กที่เกิดมา จะมีเปลือกบางๆ มัน ๆ หุ้มอยู่ เหมือนกับดักแด้ ตัวแดง หนังลอก ตกสะเก็ดไปทั้งตัวและอาจมีตาปลิ้น ปากปลิ้น ร่วมด้วย ส่วนในคนไข้ที่มีอาการรุนแรง เมื่อแรกเกิดมักจะมีเปลือกหนา ๆ คลุมจมูก ใบหู ซึ่งกรณีหลังเด็กมักเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด
     ความผิดปกติของเด็กดักแด้จะอยู่ที่เซลล์ผิวหนัง ปกติเซลล์ผิวหนังจะแบ่งตัวและเคลื่อนตัวขึ้นมาเปลี่ยนเป็นหนังกำพร้า และหนังกำพร้าจะถูกย่อยให้ละเอียดลงและหลุดออกไปเป็นหนังขี้ไคล แต่ในเด็กดักแด้ชั้นหนังกำพร้าจะไม่ยอมย่อย จะแข็งติดอยู่ ก็เลยทำให้หนาขึ้นเรื่อย ๆ
     โรคนี้แบ่งความรุนแรง ได้หลายระดับ แต่ที่พบบ่อยที่สุดกลุ่มนี้จะถ่ายทอดทางกรรมพันทางยืน (Gene) เด่นและยีนด้อย โดยปกติพบบ่อยในยีนเด่น คือถ้าหากพ่อหรือแม่เป็น ลูกจะมีโอกาส มีผิวแห้งสูง อาการจะปรากฏตั้งแต่ตอนเป็นทารกตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไป ผิวจะแห้งตามแขนขาทั้งสองข้างลักษณะคล้ายเกล็ดปลา และตามฝ่ามือฝ่าเท้าก็จะแห้งเห็นเป็นเส้นลายมือชัด
     ในการตั้งครรภ์หนึ่งครั้งมีโอกาส 1 ใน 2 ที่บุตรจะเป็นโรคนี้ด้วย ปัจจัยที่เร่งการเกิดแผลมีดังนี้
1.     ความเครียดทางกาย   2. ความเครียดทางอารมณ์   3. อากาศร้อน   4. การติดเชื้อ   5.  การมีวุฒิภาวะทางเพศ
เด็กดักแด้ที่อาการไม่รุนแรงสามารถ ดำรงชีวิตได้ตามปกติ ถ้าให้อาหารและน้ำเพียงพอ  สามารถควบคุมความชุ่มชื้นของผิวหนังได้ เพราะเด็กที่เป็นโรคนี้จะไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิของร่ายกายได้ ทำให้เด็กมีใช้ ไม่สบาย และจะมีการสูญเสียของน้ำทางผิวหนังมาก ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้ก็อาจจะมีชีวิตรอดได้ แต่หากผ่านจุดนี้ไม่ได้ก็อาจทำ ให้เสีย ชีวิตจากการเสียน้ำ หรือติดเชื้อ เกิดขึ้น 
     การรักษาจึงมุ่งเน้นให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังเพิ่มขึ้นควรใช้ครีม หรือน้ำมันทาผิว เนื่องจากโลชั่นจะมีส่วนผสมเป็นน้ำมากกว่า จึงแห้งหรือระเหยเร็วกว่านั่นเอง แต่ถ้าทาครีมที่มีน้ำมันมากไปก็ไม่ดี เพราะจะไปอุดตันทำให้การถ่ายเทอุณหภูมิของร่างกายไม่ดี ดังนั้นการทาครีมต้องระวังควรทาแต่พอดี มิใช่ทาเหนอะหนะจนเกินไป เพราะจะทำให้การถ่ายเทความร้อนไม่ดี มีไข้ตลอดเวลา และเพื่อป้องกันมิให้หนังแข็งหนังปริ เป็นแผลติดเชื้อก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดของผิวหนัง ซึ่งการ รับประทานยาในกลุ่มกรดไวตามินเอ จะทำให้เด็กค่อยๆดีขึ้น
     ต้องยอมรับว่า โรคนี้สร้างความทุกข์ทรมานทั้งตัวเด็ก และพ่อแม่ของเด็ก เพราะพ่อแม่ต้องคอยดูแลเอาใจใส่ลูกเป็นอย่างมาก ดังนั้นถ้าลูกเกิดมาเป็นโรคนี้ การมีลูกคนต่อไปจะต้องให้ความรู้คู่สมรสว่า ลูกคนต่อไปมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงมาก ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรมีบุตรอีกต่อไป ก็จะสามารถป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นได้
สั่งซื้อ/สอบถาม ติดต่อ คุณ ประวัติ บุตรดา ผู้บริหารฉัตรเพชรหมอเส็ง โทร. 099-4293656
                ID LINE : adt2508
คุณหมอเส็ง ตอบ สำหรับผลิตภัณฑ์หมอเส็ง ที่ช่วยทำให้ผิวหนังของเด็กแข็งแรงขึ้นไม่ลอกและไม่เป็นเกล็ด ควรรับประทาน
1.    ยาบำรุงร่างกายเบอร์2 หมอเส็งชนิดน้ำ เช่น เด็กมีอายุ 2 ขวบ ควรให้เด็กดื่มครั้งละ 2 cc เช้า – เย็น
2.    ยาขมิ้นชันชนิดน้ำตราหมอเส็ง เช่น เด็กมีอายุ 2 ขวบ ควรให้เด็กดื่มครั้งละ 2 cc เช้า – เย็น
การเพิ่มจำนวนของยา cc   ควรเพิ่มตามอายุของเด็กที่จะรับประทาน           
 

  คลิ๊กที่รูปดูรายละเอียด