ReadyPlanet.com
dot


  [Help]
dot
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00บาท
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน
dot
dot
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
หมอเส็ง
dot
dot




โรคข้อเสื่อม

โรคข้อเสื่อม 

 

     โรคข้อเสื่อม เป็นปัญหาที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น ทั้งนี้เพราะ จำนวนของคนวัยทองนับวันจะมีมากขึ้น และจะมากขึ้นอีกในอนาคต ยิ่งคนเรามีอายุยืนมากขึ้นเท่าไร จำนวนของคนที่เป็นโรคข้อเสื่อมก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น มีการศึกษาที่แสดงว่าคนที่อายุ 60 ปี ขึ้นไปมีคน ที่เป็นโรคข้อเสื่อมถึงร้อยละ 50 และสำหรับคนที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป มีถึงร้อยละ 70 ที่เป็นโรคข้อเสื่อม ถ้าคนเรามีอายุถึง 100 ปี สงสัยว่าทั้ง ร้อยละ 100 จะเป็นโรคข้อเสื่อม ดังนั้น พวกเราทุกคนเมื่อมีอายุมากขึ้น จนเข้าวัยทอง คงหนีไม่พ้นโรคข้อเข่าเสื่อมแน่ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้น เมื่อไร จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าแค่ไหนเท่านั้น
     ทำไมข้อของคนเราต้องเสื่อมด้วย
ถ้าจะตอบอย่างตรงๆ ก็คงจะต้องบอกว่าเป็นเรื่องของสังสารวัฏอะไรมีเจริญขึ้นก็มีเสื่อมลง เมื่อถึงเวลา สังขารร่างกายของคนเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อถึงเวลาก็มีเสื่อมลง ในข้อของคนเราส่วนประกอบที่เกิด การเสื่อมมากที่สุด เห็นจะเป็น กระดูกอ่อน ที่หุ้มอยู่รอบส่วนปลายของกระดูกทั้ง 2 ด้าน ที่ประกอบกันเป็นข้อ กระดูกอ่อนนี้มีหน้าที่รองรับแรงกระแทกที่กดดันลงมาในข้อ
     ดังนั้น ข้อที่มักจะเกิดข้อเสื่อมจึงเป็นข้อที่ต้องรับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก กระดูกอ่อนในข้อเหล่านี้จะแข็งแรงที่สุดสมบูรณ์ที่สุด เมื่อคนเราอายุประมาณ 30 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มเสื่อมลงแต่ยังไม่เป็นข้อเสื่อม เพราะร่างกายของเรามีกลไกลที่คอยซ่อมแซมเอาไว้ ทำให้สามารถใช้งานข้อได้ตามปกติ โดยยังไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ขบวนการซ่อมแซมนี้ก็เริ่มเสื่อมไปด้วย เริ่มซ่อมแซมความเสื่อมไม่ค่อยไหว ผู้สูงอายุก็จะเริ่มมีอาการของโรคข้อเสื่อมขึ้น แต่จะเริ่มมีอาการเมื่อใดก็คงต้องขึ้นกับลักษณะการใช้งานข้อ และสภาพร่างกายของแตะละคน ถ้ามีน้ำหนักตัวมาก น้ำหนักที่กดกระแทกลงมาที่ข้อก็จะมาก ข้อก็จะเกิดความเสื่อมเร็ว ถ้ามีการใช้งานข้อมากๆ เช่น การเดินมาก ยืนมาก หรือเดินขึ้นลงบันไดมากๆ ข้อก็จะเสื่อมเร็ว
     ถ้าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ไม่มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ได้บริหารกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อให้แข็งแรง ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมเร็ว ไม่มีใครทราบว่าอะไรเป็นจุดเริ่มต้นให้กระดูกอ่อนในข้อเริ่มแตกร้าว หลุดร่อนและมีความหนาลดลงหรือบางลง แต่การทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อส่วนหนึ่งเกิดจากการอักเสบ ทำให้มีการทำลายกระดูกอ่อนผิวข้อ ยิ่งมีการอักเสบซ้ำๆ จากการใช้งานข้อมากๆ ก็ยิ่งทำให้กระดูกอ่อนบางลง ถ้าถ่ายภาพรังสีของข้อจะพบว่าระยะระหว่างกระดูก 2 ข้างในข้อ ซึ่งหมายถึงความหนาของกระดูกอ่อนทั้ง 2 ด้านในข้อที่เสื่อมจะลดลง ยิ่งมีความเสื่อมมากขึ้น ความหนาของกระดูกอ่อนนี้ก็จะบางลงเรื่อยๆ จนไม่เหลือความหนาในที่สุด กระดูกทั้ง 2 ด้านจึงเริ่มกระทบกับบดเบียดกัน จนไม่สามารถใช้ข้อได้เหมือนแต่ก่อน ขบวนการนี้อาจจะใช้เวลา
     ดังนั้น การใช้งานข้อเข่าในการยืนหรือเดิน ก็อาจจะมีอาการปวดบ้างและใช้งานไม่ได้เหมือนแต่ก่อน นอกจากนี้การรักษาข้อเข่าเสื่อมให้ได้ผลสูงสุด ก็ต้องอาศัยการลดน้ำหนัก การออกกำลังกายและการใช้งานข้ออย่างถูกต้องร่วมด้วย ไม่ใช่อาศัยแต่ยาอย่างเดียว ในกรณีที่ข้อเข่าเสื่อมจนถึงขั้นสุดท้าย คือไม่มีกระดูกอ่อนหุ้มผิวข้อเหลือแล้วกระดูก 2 ข้างมาชนกัน ผู้ป่วยแค่ขยับตัวก็ปวดเข่าแล้ว ก็คงต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเข่าเทียม
     ดังนั้น เมื่อท่านเริ่มมีอาการเดินมากแล้วปวดข้อเข่าหรือเดินแล้วข้อเข่ามีเสียงดัง ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อหรือกระดูก เพื่อได้รับการรักษาและคำแนะนำที่ถูกต้องตั้งแต่ข้อเข่าเสื่อมระยะแรก ไม่ควรทนปวดเอาหรือรับประทานแต่ยาแก้ปวด รอจนข้อเช่าเสื่อมมากขึ้น มากขึ้น จนทนไม่ไหวค่อยไปพบแพทย์ ถึงตอนนั้นข้อเข่าคงจะเสื่อมไปมากแล้ว จนเกินที่จะรักษาสภาพเดิมเอาไว้ได้ กลายเป็นความพิการในที่สุด ถ้ารักษาตั้งแต่ระยะแรกจะสามารถชะลอความเสื่อมให้เกิดช้าลงมาก จนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อ เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนใส่ข้อเทียมมีค่าใช้จ่ายสูงมาก นอกจากนี้ยังมีความเสียงของการผ่าตัดที่อาจเกิดอันตรายขึ้น
สั่งซื้อ/สอบถาม ติดต่อ คุณ ประวัติ บุตรดา ผู้บริหารฉัตรเพชรหมอเส็ง โทร.099-4293656
                   ID LINE : adt2508
คุณหมอเส็ง ตอบ สำหรับยาของผม ที่ช่วยให้อาการบรรเทาการปวดของข้อได้ ซึ่งอาจจะใช้เวลาค่อยข้างนานขึ้นอยู่กับความเสื่อมสภาพของผู้ป่วย
ยาน้ำกระชายดำ สูตร 2 ตราหมอเส็ง ทาน เช้า 30 cc เย็น 30 cc 
ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ตราหมอเส็ง เช้า ½ ขวด เย็น ½ ขวด
ยาทั้ง 2 ตัวข้างต้น ทานช่วงแรกจะทำให้อาการปวดขับขึ้นมาก่อน อย่าตกใจ และอาการจะดีขึ้นตามลำดับ

      คลิ๊กที่รูปดูรายละเอียด